Stem Cell สเต็มเซลล์ คืออะไร

Stem Cell คือ เซลล์ต้นกำเนิด ที่ยังไม่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจง ความสามารถของสเต็มเซลล์คือการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นเซลล์เนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ตับ เซลล์ปอด เซลล์หัวใจ ฯลฯ

โดยปกติทุกส่วนของร่างกายเรามี Stem Cell อยู่แล้ว Stem Cell ในร่างกายของเรามีการวนเวียนเกิดใหม่อยู่ตลอดเวลาที่เราเติบโต ตัวอย่างเช่น เม็ดเลือดแดงมีอายุราว 120 วันและถูกจับกินโดยม้าม ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยไขกระดูก ผิวหนังเรามีการผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 28 วัน

เลือก Stem Cell อย่างไร ให้ชะลอวัยไกลโรค

ณ ปัจจุบัน เรามักได้ยินคำว่า สเต็มเซลล์ (Stem Cell) เกี่ยวกับประโยชน์ที่ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ที่สำคัญสเต็มเซลล์ยังเป็นที่นิยมในการนำมาใช้เสริมสร้างความอ่อนเยาว์ และการชะลอวัย (Anti-aging) การเก็บสเต็มเซลล์เป็นที่นิยมมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากในวงการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อว่าสเต็มเซลล์ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ใช้ในการรักษาโรคในอนาคตของวงการแพทย์ทุกวงการ เพราะสามารถใช้ รักษาทุกโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตมนุษย์ยืนยาวขึ้นได้ เนื่องจากหน้าที่ของสเต็มเซลล์คือการนำเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่า อาทิเช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ สเต็มเซลล์ในร่างกายของผู้ป่วยเองไม่มีความสามารถมากพอที่จะรักษาบาดแผลได้ด้วยตนเอง เมื่อเกิดภาวะหัวใจวายกะทันหัน โอกาสที่ผู้ป่วยคนนั้นจะมีชีวิตรอดมีน้อยมาก หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์มาก่อนหน้านั้น เพราะสเต็มเซลล์ทำหน้าที่ช่วยซ่อมแซมหัวใจได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นในบริเวณต่างๆ ของร่างกายเขียนข้อความของคุณที่นี่...

ความสำคัญของสเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์ ถือเป็นเซลล์ที่มีความพิเศษในแง่ของการนำไปใช้ฟื้นฟูและรักษาโรค เนื่องจากโรคบางชนิดไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการทางการแพทย์ ทำให้มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน สเต็มเซลล์จัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สุดยอดของวงการแพทย์ทุกแขนง โดยเฉพาะในวงการแพทย์ผิวหนังและความงาม เพราะสเต็มเซลล์เป็นการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ เป็น

การซ่อมแซมความเสื่อมของร่างกาย แม้โดยปกติคนเราจะมีสเต็มเซลล์ที่ช่วยซ่อมแซมภายในร่างกายอยู่แล้ว แต่การซ่อมแซมนั้นอาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ปริมาณของสเต็มเซลล์และคอลลาเจนย่อมลดลงตามธรรมชาติ คนที่มีอายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะมีผิวหนังบาง แพ้ง่าย และนำไปสู่ปัญหา ฝ้า กระ ริ้วรอย ร่องลึก ตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้า นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ดังนั้นการเพิ่มปริมาณสเต็มเซลล์ใหม่ๆ ที่มีความสด บริสุทธิ์ คุณภาพสูง และยังมีชีวิตอยู่ (Live Stem Cell) จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์มีการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ผิวพรรณกลับมากระจ่างใสและดูอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ความสำคัญของสเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์ ถือเป็นเซลล์ที่มีความพิเศษในแง่ของการนำไปใช้ฟื้นฟูและรักษาโรค เนื่องจากโรคบางชนิดไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการทางการแพทย์ ทำให้มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน สเต็มเซลล์จัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สุดยอดของวงการแพทย์ทุกแขนง โดยเฉพาะในวงการแพทย์ผิวหนังและความงาม เพราะสเต็มเซลล์เป็นการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ เป็น

การซ่อมแซมความเสื่อมของร่างกาย แม้โดยปกติคนเราจะมีสเต็มเซลล์ที่ช่วยซ่อมแซมภายในร่างกายอยู่แล้ว แต่การซ่อมแซมนั้นอาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ปริมาณของสเต็มเซลล์และคอลลาเจนย่อมลดลงตามธรรมชาติ คนที่มีอายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะมีผิวหนังบาง แพ้ง่าย และนำไปสู่ปัญหา ฝ้า กระ ริ้วรอย ร่องลึก ตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้า นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ดังนั้นการเพิ่มปริมาณสเต็มเซลล์ใหม่ๆ ที่มีความสด บริสุทธิ์ คุณภาพสูง และยังมีชีวิตอยู่ (Live Stem Cell) จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์มีการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ผิวพรรณกลับมากระจ่างใสและดูอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม...

เลือก Stem Cell อย่างไรให้ปลอดภัย และชะลอวัยได้จริง

การเลือก Stem Cell ที่ปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรเริ่มตั้งแต่แหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ ทางทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ vlife ให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างมาก จึงได้คัดเลือกสเต็มเซลล์จากแหล่งที่มีความอ่อนเยาว์ที่สุดนั่นคือ สเต็มเซลล์น้ำคร่ำที่ได้จากแม่ที่ตั้งครรภ์ 4 เดือน หรือที่ในวงการแพทย์เรียกว่า เต็มเซลล์ชนิดนี้มีจุดเด่น ในเรื่องอัตราการเจริญเติบโตที่สูงมาก เป็นการคัดแยกสเต็มเซลล์ที่เป็น Starter Cell หรือเซลล์ๆ เดียว และนำมาเพิ่มจำนวนนอกร่างกาย จึงมีความสะอาดมากที่สุดเมื่อเทียบกับสเต็มเซลล์จากแหล่งอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการรับสเต็มเซลล์ยังควรให้ความใส่ใจในมาตรฐานและความน่าเชื่อถือในด้านต่างๆ เกี่ยวกับสเต็มเซลล์แหล่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่เก็บสเต็มเซลล์ อุณหภูมิที่เหมาะสม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บสเต็มเซลล์ รวมถึงเทคนิคพิเศษของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรับสเต็มเซลล์เป็นไปอย่างถูกต้อง สะอาด และปลอดภัยในทุกขั้นตอน

ไขข้อข้องใจ..สเต็มเซลล์มีกี่ประเภท?

ประเภทของสเต็มเซลล์นั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งจะสามารถแบ่งออกได้ตามปัจจัยต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับสเต็มเซลล์สเต็มเซลล์กันมากยิ่งขึ้น เราจะพาทุกคนไปร่วมหาคำตอบที่ว่าสเต็มเซลล์แบ่งเป็นกี่ประเภทและแต่ละประเภทมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

ประเภทของสเต็มเซลล์นั้นจะแบ่งออกตาม 3 ปัจจัยคือความสามารถในการเจริญพัฒนา, ความแตกต่างในการจัดเก็บ และคุณสมบัติในการแบ่งตัว โดยจะมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ดังนี้เขียนข้อความของคุณที่นี่...

แบ่งตามระยะของความสามารถในการเจริญพัฒนา

หากแบ่งสเต็มเซลล์ออกตามระยะของความสามารถในการเจริญพัฒนา จะสามารถแบ่งได้เป็น ประเภท ดังนี้

Totipotent Stem Cell

Stem Cell มีกี่ชนิดด้วยสเต็มเซลล์ประเภทที่ 4 อย่าง Totipotent Stem Cell หรือก็คือสเต็มเซลล์ที่ได้มาจาก Fertilized egg (Zygote) ซึ่งจะสามารถพัฒนาเป็นเซลล์ได้หลากหลายชนิดมากที่สุด โดยเฉพาะเซลล์ต่าง ๆ ในบริเวณรก สายสะดือ และตัวของเด็กที่มีอวัยวะครบสมบูรณ์ ซึ่งจะพบได้มากในระยะไซโกต (Zygote)

Pluripotent Stem Cell

Pluripotent Stem Cell คือ Embryonic Stem Cell เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนมนุษย์ ที่แยกได้จาก Inner Cell Mass ในระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ทำให้มีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ได้หลายชนิด และจะสามารถพัฒนาจนกลายเป็นมนุษย์ได้สมบูรณ์ แต่จะไม่สามารถสร้างรกสายสะดือได้นั่นเอง

Unipotent Stem Cell

หากถามว่าสเต็มเซลล์มีกี่ประเภท เราขอแนะนำให้รู้จักกับประเภทแรกของสเต็มเซลล์ ซึ่งก็คือ Unipotent Stem Cell เป็นสเต็มเซลล์ที่จะสามารถเจริญพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อแค่เพียงชนิดเดียว หรือจำเพาะแค่เนื้อเยื่อชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่สามารถเจริญไปเป็นเนื้อเยื่ออื่น ๆ ได้

Oligopotent Stem Cell

Embryonic Stem Cell หรือที่หลาย ๆ คนมักจะคุ้นเคยในชื่อสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน เป็นสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากตัวอ่อนของมนุษย์ ทำให้จะมีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้หลากหลาย (ยกเว้นเซลล์จากรก) ซึ่งเซลล์ในร่างกายที่ Embryonic Stem Cell สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปได้นั้น เช่น

  • เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ

  • เซลล์ไขกระดูก

  • เซลล์เม็ดเลือด ฯลฯ

Multipotent Stem Cell

Multipotent Stem Cell เป็นสเต็มเซลล์ที่ได้มาจาก Adult Stem Cell ซึ่งจะสามารถพัฒนาไปเป็นส่วนของเนื้อเยื่อที่จำกัด ทำให้มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ได้แบบเฉพาะเจาะจง แต่จะไม่สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิดอื่นได้ โดยจะพบได้ในเซลล์ต่าง ๆ เช่น เซลล์สมอง เซลล์ตับ เซลล์ผิวหนัง และเซลล์เลือด